2007/Apr/28

มาต่อฟิกแล้ว หุๆๆๆ
แต่ก่อนอื่น....วันนี้มีเรื่องมากมาย ไปเรียนพิเศษมา

.

เรื่องแรกคือเรื่องว่าด้วยการกรอกที่อยู่ตัวเอง (คือจะลงเรียนพิเศษ)

เค้าก็ให้เขียนที่อยู่ตัวเองลงในใบสมัคร แล้วทีนี้.....มาถึงไอตรง รหัสไปรษณีย์ = ="
คือ รหัสของบ้านเราเนี่ยมันคือ
กทม. 10120 ....ใช่มะ

แต่เราอ่ะ -__-" ไปเขียนว่า ----> กทม. 12012

55555 เก๊ทกันรึยัง?

จาก 10120 ......เราเขียนเป็น 12012

จะบอกว่าตอนแรกยังไม่รู้ตัวด้วย....เขียนไปเฉยเลย ด้วยความล่องลอย ".................กทม. 12012"

แต่ไอตอนที่กลับมาดูอีกรอบเนี่ยแหล่ะ....ดีที่เอามานั่งเช๊คความถูกต้องอีกรอบ
สายตาเริ่มเห็น ".....กทม 12012....."

12012.....เอ๊ะ??? =____= เดี๋ยวสิ...........

นี่มันไม่ใช่บ้านชั้นนี่.....

ในวินาทีนั้น เหมือนเห็นหน้าวาตารุกำลังยืนยิ้ม

เราก็เลยรีบแก้ กลับเป็น "...............กทม. 10120" ตามเดิม

พอลุกออกมา ก็เลยยืนยิ้มอยู่คนเดียว
(ดีที่ไม่ค่อยมีคนเห็น - -")

สงสัยวันนั้นตื่นเช้ามากไป....เพี้ยนเลย

นี่ไง ตัวการ...... เปิดโปงๆ...

-----------------

อีกเรื่องนึงคือ เรื่องของอะไรที่มัน "ยมๆ"

555 งงป่ะ ก็คือเราไปเรียนพิเศษ อ.สมมิตรมา
แล้วทีนี้ ...อ.เค้าก็สอนเรื่องเกี่ยวกับคำว่า
ค่านิยม + รสนิยม + สมัยนิยม (.........มั้ง...ขี้เกียจหยิบหนังสือ - -")

แต่รู้แค่ว่า มันเป็นคำที่ลงท้ายด้วยคำว่า "ยม" หมดเลย

แล้ว อ.เค้าก็พูดหลายรอบมากเลย ประมาณว่า

"จำไว้นะคะลูกศิษย์ อะไรก็ตามที่ลงท้ายด้วย ยมๆ........." แล้วก็พูดต่อ

แล้วก็พูดอย่างนี้ไปเรื่อยๆ "...คำที่ลงท้ายด้วย ยมๆ..."

"ตระกูล ยมๆ ทั้งหลาย........."

คือเค้าเน้นคำว่า "ยมๆ" หลายรอบจนเราขำอ่ะ 555555555 เห็นหน้ายมเลย >...<

เรานั่งเดี่ยวด้วย
ไม่รู้จะหันไปหัวเราะกับใครดี ^^" นั่งกลั้นหัวเราะด้วยความทรมาน

-----------------

เอาล่ะ จบเรื่องไร้สาระ = ="
มาเข้าสู่ฟิกซะที

[Fic] Unsealed Hole
Author: Lunaria
Pairing: Jui x Shun
Band: Vidoll
Rating: NC-17
Part: 2

.

"เสร็จรึยังเนี่ย?"
"แปบนึงครับ...ขอเช๊คของแป๊บนึง" ร่างบางตอบอย่างรุกรนเมื่อเห็นอีกฝ่ายยื่นเท้าสะเอวเร่งอยู่ สายตาจ้องมองมาผ่านแว่นตากันแดดสีน้ำตาลอ่อน
"ไม่เห็นต้องเอากระเป๋าไปใบโตขนาดนี้เลยนี่... ถ้าจะเอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยนล่ะก็ ไปหยิบเสื้อผ้าของฉันที่บ้านนู้นมาใช้ก็ได้นี่" จุยเริ่มบ่นเมื่อได้เห็นกระเป๋าเดินทางใบโตของชุน
"...................." ทว่าร่างบางกลับเอาแต่เงียบ ได้แต่ยืนฟังอีกฝ่ายพูดมาเรื่อยๆไม่หยุดเสียที
"แล้วก็เสื้อหนาวนี่น่ะ... ไม่ต้องขนไปก็ได้ อากาศมันไม่หนาวมากหรอก ถ้าหนาวล่ะก็ขอของฉันก็ได้ ก็บอกแล้วไงว่ามีหลายตัว....หมวกนี่ก็ด้วย! ฉันก็มีตั้งหลายใบ จะขนไปทำไมเยอะแยะเนี่ย.........ผ้าพันคอนี่อีก! ของฉันมีอุ่นกว่านี้อีกนะ ทำไมนายถึงเป็นคนชอบแบกของแบบนี้ห๊ะ?"
ชุนได้แต่เช๊คของต่อไป ในขณะที่จุยเองก็ปากขยับไม่หยุดเสียที
....นี่จุยจะดูแลเขาดีไปรึเปล่าเนี่ย?.....

แต่ก็สมแล้วล่ะ มิน่าล่ะ....เพราะความเป็นห่วงเป็นใยแบบนี้นี่เอง ทำให้เขาเป็นพี่ชายที่แสนดีขนาดนี้
การได้มาฟังจุยบ่นแบบนี้ บางทีก็สนุกดีเหมือนกัน

แสงแดดยามเย็นทอประกายอยู่บนแว่นกันแดดสีอ่อน ขับรถมาได้ครึ่งทางแล้ว เผลอแป๊บเดียว เดี๋ยวก็ใกล้จะถึงแล้วล่ะมั้ง
น่าแปลกที่ตลอดทางครั้งนี้ จุยไม่พูดไม่จาซักคำ ผิดกับจุยคนที่พูดมากก่อนที่รถจะออกเดินทาง
ไม่มีใครเห็นแววตาคู่นั้น ยามเมื่อเว่นสีน้ำตาลอ่อนนั้นสะท้อนแสงออกมา

ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
ชุนเริ่มรู้สึกอยากพูดอะไรซักอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าคนข้างๆเขาคิดอะไรอยู่ พูดะไรออกไปก็ไม่รู้ว่าจะมีปฏิกิริยาตอบกลับมายังไง

........มันก็น่าอึดอัดอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว............

"ทำไมถึงเงียบนักล่ะ?" ทว่า คนที่เริ่มพูดในที่สุด ก็ยังเป็นจุยอยู่ดี
"เอ๋........ก็............." ทั้งๆที่อยากพูด แต่เมื่อจุยถามมาแบบนี้ ร่างบางก็นึกคำตอบไม่ออก "ไม่รู้สิครับ"
"ไปเที่ยวบ้านฉันน่ะ ไม่ต้องเกรงใจนะ พ่อกับแม่ไม่อยู่......นอกนั้นก็ไม่มีใครอยู่แล้ว"
"ครับ..." ชุนตอบอย่างเรียบๆ
"สงสัยคงต้องทำความสะอาดยกใหญ่เลยแฮะ...ท่าทางฉันจะพานายมาลำบากจริงๆซะด้วยสิ ฮ่าๆๆ ขอโทษด้วยแล้วกัน"
"ไม่หรอกครับ..."
"งั้น...เดี๋ยวแวะซื้อของหน่อยดีกว่า"
เมื่อกล่าวดังนั้น จุยจึงรีบเลี้ยวรถเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆแห่งหนึ่ง
ทั้งคู่ช่วยกันจับจ่ายซื้อของที่จำเป็นสำหรับบ้าน
ส่วนมากก็คงจะหนีไม่พ้น พวกน้ำยาทำความสะอาดทั้งหลาย กับบะหมี่ซอง กันไว้เผื่อหิวตอนกลางคืน
.......และอีกอย่างที่ลืมไม่ได้........

"ดอกกุหลาบขาวนี่ขายยังไงครับ?"

เสียงที่ร่างบางคุ้นเคยดี กำลังหันไปถามราคดอกไม้ที่หัวมุมของซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนั้น ทำให้ชุนต้องหันไปมองทันที ขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังรอเงินทอนจากแคชเชียร์

....ดอกุหลาบขาวนั่น...เพียงแค่วินาทีแรกที่ได้เห็น ก็รู้แล้วว่าเขาซื้อไปเพื่ออะไร.........

ไม่สิ......
เพื่อใครต่างหาก....

เพียงค่เวลาไม่กี่นาทีต่อมา กุหลาบขาวช่อใหญ่ก็มาอยู่ในมือของจุยเรียบร้อย แม้กระดาษที่ห่อไว้จะเป็นเพียงกระดาษสาสีขาวธรรมดา แต่ดอกสีขาวที่กำลังผลิบานนั้นดูสวยเด่นเหนือทุกสิ่งไปเลย

"ไปเถอะ... ขึ้นรถกัน"
ชุนได้แต่ยิ้มตอบ และเดินตามไปอย่างว่าง่าย
ของจำนวนมากที่ซื้อมาค่อยๆถูกใส่ไปในรถคันเล็กๆ และล้อรถก็หมุนต่อไปตามถนนยาว ท้องฟ้ายามเย็นที่ทอแสงอาทิตย์สีส้มเข้มฉายลงบนเมฆที่ขอบฟ้า อีกไม่นานเดี๋ยวก็คงจะมืดแล้ว

ถนนสายดังกล่าว ค่อยๆลาดชันขึ้นไปตามความสูงของพื้นที่ ไปตามเนินเขาที่ทางเริ่มคดเคี้ยวเล็กน้อย
ชุนได้แต่มองไปข้างทางอย่างเหม่อลอย ในมือของเขากำลังถือช่อดอกกุหลาบนั้นไว้อย่างระมัดระวัง ในเมื่อจยไว้ใจให้เขาดูแลดอกไม้ขนาดนี้ ....มีหรือที่เขาจะไม่รักษามันให้ดี

เงามืดของต้นไม้ข้างทางเริ่มเพิ่มความหนามากขึ้น ท้องฟ้าเบื้องบนก็มืดลงทุกทีๆ ไฟหน้ารถถูกเปิดขึ้นสว่าง สาดส่องไปยังพื้นถนนเบื้องหน้า
แว่นตากันแดดสีน้ำตาลอ่อนของจุยไม่เป็นสิ่งจำเป็นอีกต่อไป เมื่อแสงจากภายนอกน้อยลงทุกทีๆ เผยให้เห็นแววตาของบุคคลผู้เป็นเจ้าของดอกกุหลาบขาวในมือของชุน นัยน์ตามองตรงไปเบื้องหน้า แม้เวลาจะผ่านไปแล้ว 1ปี ก็ยังไม่มีใครสามารถลบความเศร้าออกจากดวงตาคู่นั้นได้
ความสงสัยนั้นทำให้ชุนอยากที่จะหันไปมองคนข้างๆเขา ด้วยความอยากรู้เหลือเกินว่าคนข้างๆเขาจะแบกรับความรู้สึกอะไรไว้บ้าง...ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเงียบแบบนี้

ซึ่งดูเหมือนว่าการแอบมองในครั้งนี้จะไม่ค่อยเนียนพอ เมื่อจุยรู้ตัวว่าสายตาของคนข้างๆกำลังจ้องมองมาที่เขา
"คิดอะไรอยู่อีกล่ะนาย?...." คำถามนั้นถูกถามขึ้นพร้อมรอยยิ้มแบบเดิมๆที่ชุนมักเห็นประจำ
"..................เปล่านี่ครับ............" ร่างบางตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ใบหน้านั้นไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆออกมา จุยได้แต่หันกลับไปมองถนนเบื้องหน้า พร้อมหัวเราะฝืดๆ
"ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า....เป็นห่วงเหรอ?"
"....................." ความรู้สึกกลัวในแบบเดิมๆกลับมาเล่นงานเขาอีกครั้ง ความกลัวที่ว่านั้นก็คือกลัวว่าความรู้สึกเก่าๆจะทำให้จุยต้องหวนคิดเรื่องราวเมื่อ 1 ปีที่แล้ว....

"อยากถามอะไรก็ถามมาเถอะ...ฉันไม่ว่าหรอก ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะต่อยหน้านายหรือต่อมน้ำตาแตก หรืออะไรทำนองนั้นหรอก" น้ำเสียงที่กำลังหยอกล้อร่างบางยกมือขึ้นขยี้หัวของชุนอย่างเอ็นดู ใบหน้านั้นยังมีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา
ชุนก็คงทำได้เพียงนั่งเฉยๆนิ่งๆต่อไป ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบต่อฝ่ามือที่กำลังเล่นอยู่บนหัวของเขา แม้ว่าจุยจะเปิดโอกาสให้ถามแล้วก็เถอะ.....

แต่บางอย่างมันห้ามเอาไว้....
........ห้ามไม่ให้ถามสิ่งใดเด็ดขาด

แต่ความเงียบมันไม่หายไปซักที....
ที่ไหนมีความเงียบ..........ที่นั่นมีความกดดัน.................

......

"ผมอยากมีพี่ที่ดีแบบนี้บ้างจัง"
ในที่สุดก็ยอมพูดออกมา
คำพูดนั้นทำเอาจุยหันมามองทันที ก่อนจะหันกลับไปยิ้มแบบเดิมๆ

"อย่าดีกว่ามั้ง........."

ทว่าคำตอบนั้นกลับฟังดูแปลกออกไปกัยที่ชุนคาดไว้
".............." ใบหน้าของร่างบางบ่งบอกได้อย่างดีเลยว่าตกใจกับคำตอบนั้นเล็กน้อย
จุยได้แต่หันมายิ้มให้แล้วถามต่อ "อ้าว....ทำหน้างงอีก"

จะไม่ให้ผมงงได้ยังไง?
.......พี่ชายที่อบอุ่นแบบนี้?........
....ทำไมคนที่อบอุ่นแบบนี้ถึงยังคิดว่าตัวเองไม่ดีอีกล่ะ?........

"พี่ชายที่ไม่สามารถแบ่งเวลาให้น้องของเขาได้ ทั้งๆที่น้องของเขาอยากจะอวยพรวันเกิดให้ใจจะขาด.........นายยังเรียกว่าพี่ชายที่ดีอีกเหรอ?"

ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ?
คำพูดแค่ประโยคเดียว.......ทำไมผมต้องมือสั่นขึ้นมาด้วย?
ผมไม่หน้าถามเลย ไม่หน้าเริ่มพูดเลย
สุดท้ายความรู้สึกนั้นก็กลับมาทำร้ายผมเหมือนกันนั่นแหล่ะ

"ถึงแล้ว..."
ในที่สุดก็ถึงซะที... ข้างนอกมืดสลัวจนแทบจะมองอะไรไม่เห็นเลย
แต่ในความมืดเช่นนี้ จุยกลับจำทางได้ดี ฝีเท้าทุกก้าวก้าวไปอย่างคล่องแคล่ว
ราวกับว่าเขาคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ดี
เสียงย่ำเท้าประสานคลอไปพร้อมกับเสียงใบไม้กรอบแกรบ

"จุยคุง? เอาไฟฉายมั้ยครับ?"
"ไม่เป็นไรๆ..." เสียงที่ตอบนั้นฟังดูห่างออกไปทุกที ราวกับว่าจุยกำลังจะเดินหายไปในความมืดเบื้องหน้า
ชุนทำได้เพียงเดินตามเสียงใบไม้กรอบแกรบของฝีเท้าของจุยไปเท่านั้น

มืด...แบบนี้...เดินเข้าไปได้ยังไง.....เดินคล่องชะมัดเลยแฮะ

ด้วยการตามเสียงฝีเท้ามาเรื่อยๆ ในที่สุดชุนก็ได้ออกมาสู่ที่โล่งกว้าง
บนพื้นที่กว้างแห่งนี่ แผ่นหินจำนวนมากวางเรียงรายกันอยู่เต็มไปหมด ในแต่ละแผ่นล้วนเต็มไปด้วยตัวหนังสือที่ถูกสลักลงบนเนื้อหินนั้น

....ใช่แล้ว ที่แห่งนี้คือสุสาน....

เมื่อแหงนหน้ามองเบื้องบน เสี้ยวดวงจันทร์สีขาวนวลลอยขึ้นบนฟ้าให้เห็นไปรอยจางๆ ชุนค่อยๆสาวเท้าเข้าไปหาจุยอย่างเงียบกริบ ไปหาบุคคลตรงหน้าผู้ที่ยืนนิ่งอยู่หน้าแผ่นหินแผ่นหนึ่ง
ร่างบางเดินเข้าไปเงียบๆ พร้อมยื่นช่อกุหลาบขาวในมือให้กับจุย ไม่ลืมว่าจุยซื้อกุหลาบช่อนี้มาเพื่อใคร

"ขอบใจนะ..." เป็นเพียงคำตอบเดียวพร้อมรอยยิ้มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ชุนเริ่มถอยห่างออกมาโดยอัตโนมัติ แต่เหมือนกับว่าขาของเขารู้หน้าที่ดีว่าควรถอยออกมาได้แล้ว สายตาจ้องมองไปยังบุคคลเพียงคนเดียว

จุยยังคงยืนนิ่งพร้อมช่อกุหลาบในมือที่ถือไว้แน่น สายตาของเขา.... แม้ชุนที่ยืนอยู่ด้านหลังอาจมองไม่เห็นสายตาคู่นั้น แต่ด้วยความรู้สึกก็บอกได้ว่าบุคคลตรงหน้ากำลังยืนจ้องชื่อที่เขียนอยู่บนแผ่นหินนั้น

ไม่กี่วินาทีต่อมา จุยจึงค่อยๆก้มลงวางดอกกุหลาบขาวลงไปที่หน้าหลุมศพของผู้เป็นน้องสาวของเขา ฝ่ามือนั้นยกขึ้นมาวางสัมผัสลงบนแผ่นหินอย่างเบามือ สักครู่หนึ่งจึงลุกขึ้นเช่นเดิม

ทว่าในขณะที่เขากำลังลุกขึ้นยืนนั้น... แขนเสื้อข้างหนึ่งถูกยกขึ้น ปาดบางสิ่งบนใบหน้า............
บางสิ่งที่ดวงตาคู่นั้น
ความรู้สึกหวิวๆในใจกลับมาเล่นงานอีกครั้ง เมื่อได้เห็นบุคคลตรงหน้ายกแขนเสื้อขึ้นมาปาดอะไรสักอย่าง ซึ่งมันก็จะเป็นอะไรอื่นไปไม่ได้นอกจาก "น้ำตา"
มองแค่นี้ก็รู้ทะลุปรุโปร่งแล้ว

ร่างบางก้มหน้านิ่ง.... ไม่อยากจะเงยหน้าขึ้นมาเห็นน้ำตานั้นเลย
ไม่กล้าที่จะจ้องหน้านั้นอีกแล้ว......

นี่เราเป็นคนไม่ชอบความเศร้าหรือไงนะ?
ในเวลาแบบนี้เราควรจะเข้าไปปลอบใจไม่ใช่เหรอ?
ทำไมถึงได้กลัวที่จะมองหน้านั้น?
.........ทำไม?................

"เสร็จแล้ว...กลับกันเถอะ..."
เสียงเรียกของจุยที่ทำลายความเงียบนั้น ปลุกชุนให้ตื่นขึ้นจากความคิดของเขา
ร่างบางเดินตามบุคคลข้างหน้าไปอย่างเงียบๆ
และเดินไปถึงรถอย่างรวดเร็ว

"เฮ้อออ จะทุ่มแล้วนะ นายหิวอะไรมั้ย?" น้ำเสียงของจุยกลับมาเริงร่าอีกครั้ง
"ไม่ค่อยเท่าไหร่ครับ จุยคุงล่ะ?" ชุนพยายามสร้างรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้า แต่มันก็ดูไม่ค่อยเนียนเสียเท่าไหร่ เมื่อแววตาของร่างบางเต็มไปด้วยความกังวล
"ฉันหิวนิดหน่อย..." จุยตอบ

ทว่าสายตาคู่นั้นกลับดูไม่ค่อยมีสมาธิอยู่กับคำพูดของตัวเองเท่าไหร่เลย
ความสนใจมันถูกเพ่งเล็งไปที่ใบหน้าของชุนเสียหมด ชุนเองก็ได้แต่นั่งนิ่งๆ ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ใบหน้าก้มลงจ้องมองมือของตัวเองอย่างไร้เหตุผล

เมื่อเห็นดังนั้น จุยจึงก้มหน้าลงเล็กน้อยพร้อมแหงนขึ้นให้พอดีกับระยะห่างที่สามารถมองเห็นหน้าของชุนได้ชัดเจน ....และมองเข้าไปในดวงตาที่ดูกังวลนั้น

"มองอะไรนักหนาครับ?" ชุนตอบเสียงเรียบ ใบหน้าไม่ได้เงยขึ้นมาเลย มีเพียงสายตาเท่านั้นที่เหลือบมองจุย

ปฏิกิริยาแบบนั้นทำให้จุยได้แต่หัวเราะออกมา
"ฉันก็บอกนายแล้วไง ว่าไม่ต้องเป็นห่วงน่ะ ........ทำไมถึงได้มาเครียดซะเองแบบนี้ล่ะ?"
"เอ๋?.............เปล่านี่....ผมไม่ได้เครียดนะ"
"โกหก....." คำตอบนี้ของจุยทำเอาชุนรู้ทันทีว่าตัวเองช่างเป็นคนที่เก็บอารมณ์ไม่เก่งซะเลย

"เฮ้ออออ เอาเถอะซื้ออะไรกินกันดีกว่า"
หากพูดอะไรมากกว่านี้ก็คงจะไม่มีประโยชน์ เอาเวลาไปกินข้าวทำอย่างอื่นดีกว่า
ทั้งคู่ลงไปหาร้านอาหารในตัวเมือง เสร็จแล้วจึงต้องเข้าไปที่บ้านของจุยทันที

.............................

"นี่ไงๆ ถึงซะทีนะ" ประตูถูกเปิดออก พาร่างทั้งสองเข้ามาภายใน
"เฮ้ออออ....คิดถึงจังเลย ไม่ได้มาเยี่ยมนานแล้วนะ..." จุยเอ่ยขึ้นอย่างสบายใจ พลางบิดขี้เกียจก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนที่โซฟาที่อยู่ใกล้ที่สุด

"อ้อ ใช่" จู่ๆจุยก็ลุกขึ้นนั่ง "พานายไปดูห้องนอนก่อนดีกว่า ....มานี่ๆ..." ลุกพรวดพราดขึ้นมาพร้อมคว้าข้อมือของชุนไว้ และพาร่างบางเดินตามเขาไป

"แอ๊ดดดด" เสียงบานประตูเปิดออกกว้าง เผยให้เห็นความมืดจากด้านใน
จุยเอื้อมมือเข้าไปเปิดสวิตซ์ไฟในห้องอย่างระวัง แล้วไฟสีเหลืองนวลก็ได้ส่องสว่างขึ้น
"อ้า นี่ไง...ไฟยังใช้ได้อยู่ด้วย....ดีจริงๆเลย" จุยเอ่ยพร้อมยิ้มกว้าง ขณะที่เท้าทั้ง 2 ก้าวเข้ามาในห้อง สายตากวาดมองไปรอบๆ ของตกแต่งถายในห้องยังคงอยู่ครบทุกชิ้น

แต่เมื่อดูจากลักษณะการแต่งห้องแล้ว ทำให้ชุนเอะใจบางอย่างขึ้นมา........

"จุยคุง?....." ร่างบางเอ่ยเรียก "ห้องนี้น่ะ......."
เป็นอีกครั้งที่ชุนไม่สามารถพูดต่อได้ ความรู้สึกราวกับมีบางอย่างกำลังบอกเข้าให้หยุดกลับมาอีกครั้ง
"หือ? ทำไมเหรอ? ...อยากจะถามว่าห้องใครใช่มั้ยล่ะ?" จุยกันมาด้วยรอยยิ้ม คำถามนั้นราวกับกำลังอ่านใจของชุนออก

"ห้องของน้องฉันเอง....."

คำตอบนั้นทำเอาหัวใจร่างบางแทบจะหล่นวูบลงไปที่เท้าเลย
...แล้วให้คนอย่างเขามานอนในห้องของน้องสาวแบบนี้เนี่ยนะ...
ชุนได้แต่เงียบ แต่ท่าทางที่ดูเลิกลักนั้นทำให้จุยอดขำไม่ได้

"ฮ่าๆๆๆ...ทำไมเหรอ? ทำหน้าแบบนั้นอีกแล้ว คิดอะไรมากนายเนี่ย?....นายเป็นเพื่อนฉันนะ ให้นอนในห้องนี้น้องสาวฉันไม่ว่านายหรอก....เป็นคนดีแล้วจะกลัวอะไรอีก?"
ถึงจุยจะตอบแบบนั้นก็เถอะ ทว่า...ความรู้สึกที่วิ่งพล่านอยู่ในร่างของชุนมันไม่ใช่เรื่องกลัวผีหรืออะไรทำนองนั้นเลย
แต่มันคือความรู้สึกผิด.....

จุยคุงทำแบบนี้?.......
....ให้ผมนอนในห้องของน้องสาวแบบนี้?........
.............แน่ใจแล้วเหรอครับ?..........................

"ห้องน้ำอยู่ทางนั้นนะ....เข้าใช้ได้ตามสบายเลย ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนล่ะ"
สิ้นสุดคำพูดนั้น.... จุยก็หายไปพร้อมกับบานประตูที่ปิดลง...
ทิ้งชุนเอาไว้ให้ยืนอยู่คนเดียว..............

จะดีเหรอ?.....จุยคุง ทำแบบนี้น่ะ?..............

ทั้งคู่ต่างก็แยกกันไปอาบน้ำ จัดการข้าวของของตัวเอง เมื่อเรียบร้อยก็ง่วงพอดี....ภายในเวลา 4 ทุ่มตรง ทั้งคู่ตัดสินใจเข้านอนในห้องของแต่ละคน ด้วยความง่วงที่สะสมเอาไว้หลายวัน

ทุกอย่างดูเงียบสงบดี...........
ชุนกำลังหลับอยู่สบายๆ จนกระทั่ง........

"ก๊อกๆ...."

เสียงเคาะประตูทำให้ร่างบางที่กำลังหลับใหลอยู่นั้นตื่นขึ้น พลางขยี้ตาอย่างัวเงีย
ลุกจากเตียง และเดินไปที่ประตู................

ภาพตรงหน้าทำให้เขาอกประหลาดใจไม่ได้
ภาพที่ได้เห็นทำเอาเขาหายง่วงไปชั่วขณะ

"...........จุยคุง?..........."

จุยเองก็ได้แต่ยืนมองและยิ้มตอบ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
"แหะๆ โทษทีนะ.......แต่ฉันนอนไม่หลับน่ะ..........อยู่ในห้องตัวเองแล้วมันรู้สึกโหลงเหลงยังไงไม่รู้..."

ชุนยืนงงอยู่นิดหน่อย ก่อนจะเริ่มเข้าใจ
"อ้อ เข้ามาสิครับ...." ร่างบางจัดการหลีกทางให้จุยเดินเข้ามา
"เอ๋ ไม่ว่าอะไรเหรอ?...."
"อ้าว = =" ....นี่บ้านจุยคุงนี่ จะเกรงใจบ้านตัวเองทำไม.........อีกอย่าง............." ร่างบางเตรียมท่าจะพูดต่อ.....
"หือ?......." จุยเองเมื่อเห็นว่าบุคคลตรงหน้ายังพูดไม่จบก็อดสงสัยไม่ได้
"นี่เป็น........ห้องน้องสาวนี่ครับ... เพราะฉะนั้น ถ้าจุยคุงอยากนอนห้องนี้ผมก็ไม่ว่านะ เดี๋ยวผมไปนอนที่โซฟาก็ได้....ผมน่ะนอนง่ายอยู่แล้ว"
"เฮ่ยยย!!! ม่ายยย อย่าพูดแบบนั้น >_< ......ไม่ต้องๆๆๆๆๆ!!!!" จุยเริ่มบ่นเสียงสูงพร้อมเดินฉับๆเข้ามาในห้อง ไม่ลืมที่จะปิดประตูห้องด้านหลัง
"เข้าไปนอนเนี่ยแหล่ะไม่ต้องย้ายห้อง!!" มือทั้งสองข้างดันหลังชุนให้เดินกลับเข้าไปในห้องตามเดิม "ไม่ต้องไปนอนข้างล่างเข้าใจมั้ย???"

ร่างบางหันหน้ามามองราวกับว่าต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูด...เมื่อเห็นว่าสายตาของจุยกำลังบังคับเขาอยู่ เถียงไปก็คงจะเท่านั้น

"นอนหลับอยู่ล่ะสิ หัวยุ่งเป็นรังนกเลย....ขอโทษทีนะที่มาปลุกเอากลางดึกแบบนี้..."

ชุนพอเข้าใจถึงสาเหตุที่จุยมาเคาะประตูครั้งนี้
ในวันครบรอบ 1 ปีแบบนี้
....มันคงไม่ใช่เรื่องแปลกหากว่าจุยจะรู้สึกเหงาหรือหดหู่ขึ้นมา
ซึ่งสิ่งที่เยียวยาความเหงานั้นได้ ก็คงจะเป็นคำว่า "เพื่อน" เท่านั้น..... ที่จะทำให้เจ้าตัวไม่รู้สึกเหมือนกับคนที่กำลังอยู่คนเดียวในโลก
บางทีได้อยู่กับคนอื่น อาจพอช่วยให้คนเราไม่จมปลักอยู่กับความรู้สึกเศร้าเดิมๆก็ได้
เพราะคนเราเวลาอยู่คนเดียว บางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะฟุ้งซ่านขึ้นมา

ถ้ามีใครมาอยู่ใกล้ๆ ....คงจะรู้สึกดีขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว

"อื้อ....ผมจะนอนต่อแล้วนะ" ชุนเอ่ยพร้อมนั่งลงตรงที่ที่เขานอนอยู่เมื่อครู่
"นอนเหอะ....ฉันก็ง่วง"

.......................
........................
...........................

ทุกอย่างกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง...........

ในที่สุดก็ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เสียที
หลังจากที่เหนื่อยมาเพราะการนอนดึกทุกวัน..........

ชุนนอนหลับสนิทอย่างไม่น่าเชื่อ.....

......ผิดกับคนข้างๆเขา............ที่เอานอนกระสับกระส่ายไปมา.............แขนขาเริ่มอยู่ไม่สุข เมื่อแขนเริ่มปัดไปพาดนู่นพาดนี่ ส่วนขาก็เริ่มเตะผ้าห่มออกจากตัวราวกับเป็นเด็กเล็กๆที่นอนละเมอ (โอ้ยน่ารักว่ะจุย >_<....คนแต่งเพ้อออ...)
"อือออ...." ร่างกายอยู่ไม่สุขเท่านั้นไม่พอ ยังมีเสียงครางแบๆในลำคอดังตามมาด้วย
การละเมอของเจ้าตัวไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับชุนเท่าไรนัก
.............ไม่เดือดร้อน........จนกระทั่ง.............

ฟึบบบ!......

ทำเอาชุนค่อยๆปรือตาตื่นขึ้นอีกครั้ง (สงสารอ่ะ เมื่อไหร่ชุนจะได้นอน =__=")
เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมาสัมผัสอยู่ที่ร่างของเขา
ร่างบางเริ่มมองหาสิ่งนั้น

ความรู้สึกมันเหมือนกับ.......
.......แขนของใคร มาพาดวางเอาไว้.......

แขนใคร?.......
ก็มีอยู่คนเดียวไม่ใช่เหรอ?...........

ชุนหันขวับไปมองร่างด้านหลังทันที
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าในระยะประชิดขนาดนี้ แทบจะทำเอาร่างบางหัวใจวายไปเลย

"จุยคุง?........."

--------

จบ Part 2 จ้า

ใกล้จะเรทแล้ว >_< เดี๋ยว Part หน้า..........เจอดีแน่นอน............เหอๆๆๆ

ปล. ถ้าเราพิมผิดตรงไหนขออภัยด้วยเน้ ^^" พอดียังไม่ได้ตรวจ ขี้เกียจ (อ้าว - -")


edit @ 2007/04/30 17:44:46
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ฮ่วย หันซ้ายขวาคนเต็มบ้าน
แถมเด็กโฉด (อัพเกรดๆ) ยังมานั่งมองตาแบ๊วข้างๆอีก
จะอ่านฟิคพี่ปรางก็ไม่สามารถ
******
555+ 12012 โฮ่ะ ๆ นึกถึงวาตารุเหมือนกัน
เพราะหมอนี่หน้าจาละม้ายคล้ายรุกิ
จนหลายคนเข้าใจผิดว่า 2 คนนี้เป็นพี่น้องกันไปแล้ว
แต่ไม่ใช่หรอก แต่คล้ายกันจริงๆนะ

โห ตอนเมเรียนแล้วเจอคำว่ายมเนี่ย
ขำเหมือนกันเลย 555+
นึกถึงนังยม
อ่า...
เด็กโฉดถามว่า 'ใครอ่ะคนนั้น น่าเหมือนผีเลย'
*ชี้ไปที่เฮดพี่ปรางรูปยม*
โฮ่ะๆ
#1  by  『芽衣』_バカ At 2007-04-30 17:52, 
ปราง....ก่อนอื่นพี่ขอสารภาพก่อน...
พี่เพิ่งโหลดเฮดบล็อคของปรางได้เมื่อกี้
ตกใจมาก..... กร๊ากกกกกกกกกก
ตกใจนังยมนั่นแหละ! 555 แต่หันไปเจอรุกะเลย ฮ๊า...หล่อจัง(ไม่เกี่ยว = =")
อ๊ากกก ตระกูลยมๆๆ ยมๆๆ ยมๆๆ(พอแล้ว!/ปราง) 555 เป็นพี่พี่ก็ขำยะ กร๊ากก พอๆกะโยมิคอสเมติคเลย XDD
ฟิคเด๋วแวบมาอ่านน้า (กะลังปั่นของตัวเองอยู่ 5555)
คิดถึงน้าจ๊ะน้องปรางงง *กอดๆๆๆ* โฮรกกก
#2  by  『*涙*』Rui At 2007-04-30 17:52, 
วาตารินนี่นา ... * 0 *
วาตาริ๊น~ เอิ๊กๆๆๆๆๆๆๆๆ
12012 อืม เคยหลงตัวเลขนี้บ่อยๆเลยนะ
เพราะว่ามันคุ้นตาคุ้นใจ ฮ่าๆๆๆๆ

วาตารินน่าร๊ากก >w< น่ากอดดด
หน้าตายังเด็กอยู่เลย ที่แท้อายุ....(อุบ/วาตารินอุดปาก)

เอิ๊กๆๆๆๆ
#3  by  (≡^∇^≡)oERINA~ At 2007-05-01 21:05, 
วันนี้เมเข้า กทม. พาน้องเที่ยว
ไม่ได้เฝ้าบอร์ด T^T
มะเช้าตื่นมาแสกนหนังสือใหม่ ๆ ลง 2 เล่มแล้วน้า
เป็น ROCK & READ ของ หงิน้อย
กับ Bark+Plus No.2 เดือน 6 จ้า
แต่ลุคเก่าอ่ะ รุกะเสือดาวมีเครา 555+
*กอด*
#4  by  『芽衣』_バカ At 2007-05-02 07:47, 
กร๊ากกกกกกก จิบะทำพิษเลยหรอ 555
พี่ไม่แน่ใจว่ามันดังแค่ไหน เพราะพี่อัดเอาอ่าจิ ดังขนาดนั้นเลยหรอ ^^"
อ๊ากก ป้าคิซาระน่ารักเนอะๆๆ (ป่าวประกาศไปทั่วเลยนะ/ปราง)
555 พี่เปลี่ยนธีมใหม่ด้วยเห็นอ่ะเปล่าจ๊ะน้องพี่
ทนรอถึงวันเสาร์ไม่หวานแล้ว โฮรกก (ยังยืนยันแต่ประโยคเดิม กร๊ากก)
จ๊วบบบบบบบบ
#5  by  『*涙*』Rui At 2007-05-02 19:10, 
กลับมาแล้ววววววววว
*กระโดดกอดพี่ปราง*
เหนื่อยมากกก
เดินรอบสยามกะ MBK เลยอ่ะ
เดินจนเอียน 555+
อยากเดินดีนักเลยพาเดินซะ
คิดถึงงงงงงงงงงง
จะวันเสาร์แล้วววววววว
#6  by  『芽衣』_バカ At 2007-05-02 19:28, 
ไม่จิงๆๆๆ ธีมของลูน่าจังก็เท่ห์ดีออกนะ * 0 *

มันอยู่ที่บุคคล ฮ่าๆๆๆ
ตัวตนของลูน่าจังเท่ห์ไง *กอดดด*

อัพบล็อคกันเต๊อะ ป๋มอยากเม้น ฮ่าๆๆ

ปล.ทำได้เพื่อพี่ฮิโตะ ไฟต์!! (ลูน่าจังโยนออกนอกบล็อค)
#7  by  (≡^∇^≡)oERINA~ At 2007-05-02 19:38, 
อ๊ากกก 30ก่าหน้า สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดด
สงสัยจะแอบทำอะไรกะนีโอแน่เลย ลงเยอะมวากกก
เป็นพี่คงเป็นลมตรงนั้นไปเรียบร้อย โฮรกกก
อิอิ ถ้ารุกะลงRock&Readมั้งก็ดีจิเนอะ พี่คงสลบล้มตายยย
กร๊ากกก
#8  by  『*涙*』Rui At 2007-05-02 19:48, 

<< Home


Sensory Ghost
View full profile